แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การอธิบาย การบรรยาย การพรรณนา ข้อสอบ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การอธิบาย การบรรยาย การพรรณนา ข้อสอบ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2563

ข้อสอบการอธิบาย บรรยายและพรรณนาโวหาร

           มาพบกันอีกครั้งนะคะ สำหรับวันนี้มีตัวอย่างข้อสอบการอธิบาย  การบรรยายและพรรณนาโวหารมาให้เราได้ลองทำดูค่ะ   ก่อนอื่นเรามาดูกันก่อนว่า  โวหารแต่ละชนิดมีลักษณะอย่างไร                                   
           ๑. การอธิบาย  เป็นการชี้แจง  ขยายความให้เนื้อหาละเอียดชัดเจน โดยมีเทคนิคการอธิบายหลายแบบ เช่น   การอธิบายตามลำดับขั้นตอน    การอธิบายด้วยการให้คำนิยามหรือคำจำกัดความ เป็นการให้ความหมายของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง   การอธิบายโดยการยกตัวอย่าง   การอธิบายโดยการเปรียบเทียบ   การอธิบายโดยการชี้สาเหตุและผลลัพธ์ที่สัมพันธ์กัน      เช่น การอธิบายการทำอาหาร   การให้ความหมายของสิ่งต่าง ๆ  การอธิบายเรื่องต่าง ๆ   คู่มือการใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ 
         
           ๒. การบรรยาย   เป็นการบอกกล่าว  เล่าเรื่อง  เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ต่อเนื่องกัน โดยชี้ให้เห็นถึงสถานที่  บุคคลที่เกี่ยวข้อง   สภาพแวดล้อม  เพื่อให้ผู้รับสารเข้าใจเนื้อหาอย่างชัดเจน  เกิดภาพโดยรวมว่า ใคร  ทำอะไร  ที่ไหน   เมื่อใด   อย่างไร  อาจใช้สำหรับการเขียนตำรา  หรือเนื้อหาที่เกี่ยวกับวิชาการ  เช่น      เขาสร้างบ้านอยู่กลางป่าที่อุดมสมบูรณ์  ข้าง ๆ บ้านของเขามีไร่ข้าวโพดและไร่ส้มเป็นบริเวณกว้าง  ทุก ๆ เช้าเขามักจะออกมาเดินเล่นในไร่ส้มพร้อมกับลูกชายของเขา
         
           ๓.  การพรรณนา  เป็นการกล่าวถึงเรื่องราว  บุคคล  สิ่งของ  สถานที่ หรืออารมณ์อย่างละเอียด   เป็นการพรรณนาสิ่งใดสิ่งหนึ่งเฉพาะส่วน อย่างละเอียด  มีการเปรียบเทียบให้ผู้อ่านเกิดภาพ  มักใช้ถ้อยคำสำนวนที่ไพเราะ  เกินจริง  ไม่ใช่ภาษาที่ใช้กล่าวถึงในชีวิตประจำวัน   เช่น  ในยามเช้าเมื่อแสงสีทองสาดแสงส่องกระทบกับหยดน้ำค้างที่ใสราวกับแก้วกลางเวหาที่ค้างอ้อยอิ่งอยู่บนยอดหญ้าสีเขียวสด  ดูแล้วราวกับเพชรที่เปล่งแสงระยิบระยับอยู่บนพรมกำมะหยี่สีเขียวมรกต มองแล้วช่างงามยิ่งนัก

       คงจะเห็นภาพและเห็นความแตกต่างของโวหารแต่ละชนิดแล้วนะคะ   มาดูตัวอย่างข้อสอบกันเลยจ้า

๑.  ข้อใดใช้การเขียนอธิบาย
      ๑. เต้าหู้มีกำเนิดมากว่า ๒,๐๐๐  ปี ในจีนแผ่นดินใหญ่  คนจีนถือว่าเต้าหู้เป็นอาหารที่มีคุณค่าสูง
      ๒. ตวงถั่วเหลืองนำมาแช่น้ำล้างให้สะอาดแล้วนำไปบด เสร็จแล้วกรองกากออกจะได้น้ำเต้าหู้ดิบ
      ๓. เต้าหู้ราคาถูกแต่มีคุณค่าสูง คุณค่าทางโภชนาการที่โดดเด่นที่สุดของเต้าหู้คือโปรตีน
      ๔. เต้าหู้หลอดเป็นเต้าหู้เนื้อนิ่ม  นิยมนำมาปรุงเป็นแกงจืด

๒. ข้อความต่อไปนี้ใช้วิธีอธิบายแบบใด
     "การทำห่อหมกนั้นต้องใช้เวลานาน  เตรียมใบตอง  เจียนใบตองสำหรับห่อ  เลือกใบยอที่ไม่อ่อนเกินไปมาฉีกเป็นชิ้น ๆ ปลาช่อนหรือปลาสวายแม่น้ำที่จะนำมาห่อหมกต้องแล่เอาแต่เนื้อ  หัวกับพุงแยกไว้ต่างหาก  น้ำพริกแกงที่ใช้ทำน้ำพริกแกงเผ็ด แต่ไม่ใส่เครื่องเทศ  กะทิคั้นเอาแต่หัว  รวมเครื่องปรุงใส่ลงในอ่าง คนจนขึ้น   ตักใส่ใบตองห่อแล้วนำไปนึ่งจนสุก"
      ๑. ให้นิยาม                                              ๒. ใช้ตัวอย่าง         
      ๓. ชี้แจงตามลำดับขั้น                             ๔. เปรียบเทียบความเหมือนและแตกต่าง

๓. ข้อความนี้ใช้วิธีอธิบายแบบใด
     "โอกาดะ  เป็นวิธีการรักษาสุขภาพด้วยการใช้พลังธรรมชาติชำระล้างทั้งร่างกายและจิตใจ  มีวิธีการหลากหลาย  เช่น ใช้ศิลปะบำบัด  บริโภคอาหารที่ปรุงจากผลิตภัณฑ์เกษตรธรรมชาติ  ออกกำลังกายตามวิธีที่กำหนด ฯลฯ"
      ๑. นิยามและให้ตัวอย่าง                            ๒. นิยามและแนะแนวทางปฏิบัติ
      ๓. ชี้แจงตามลำดับขั้นตอนปฏิบัติ              ๔.  ชี้สาเหตุและผลลัพธ์ที่สัมพันธ์กัน

๔. ถ้าเรียงลำดับคำอธิบายวิธีการทำอาหารต่อไปนี้จนครบถ้วน  ข้อใดเป็นขั้นตอนที่ต่อจากข้อ ๕ ตามโจทย์
               ๑. ต้มน้ำในหม้อด้วยไฟกลาง  แล้วใส่ตะไคร้ใบมะกรูด
               ๒. ล้างหอยแมลงภู่  ปูม้า   กุ้งและปลาหมึกให้สะอาด
               ๓. ปรุงรสด้วยน้ำปลา  มะนาว  พริกขี้หนู  แล้วเสิร์ฟร้อน ๆ
               ๔. แล้วจึงใส่กุ้ง  ปลาหมึกและเห็ดฟาง
               ๕. เมื่อน้ำเดือดจัดใส่หอยแมลงภู่และปูม้า
      ๑. ข้อ  ๑                  ๒.  ข้อ   ๒                  ๓.  ข้อ   ๓                ๔.  ข้อ  ๔

๕. ข้อความต่อไปนี้ มีวิธีการเขียนตามข้อใด
        " เต่าทะเลเป็นสัตว์เลือดเย็น  มีกระดูกสันหลัง  หายใจด้วยปอด  มีกระดองปกคลุมร่างกายเพื่อป้องกันตัวเอง  เต่าทะเลจะอาศัยเฉพาะในเขตร้อนและเขตอบอุ่น  มีอายุเฉลี่ยประมาณ  ๕๐ ปี  บรรพบุรุษของเต่าเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในยุคดึกดำบรรพ์  ยุคเดียวกับไดโนเสาร์และมีวิวัฒนาการมาจนถึงปัจจุบัน" 
๑. อธิบาย        ๒. บรรยาย        
๓. พรรณนา     ๔. บรรยายและพรรณนา
๕. อธิบายและบรรยาย

๖. ข้อใดใช้การพรรณนาโวหาร
      ๑. คนหาปลาออกจากกระท่อมแต่เช้าตรู่  คล้องแหไว้กับท่อนแขน  สะพายข้องตรงไปยังชายน้ำ
      ๒. คนหาปลาเดินเท้าเปล่าไปพร้อมแหในมือ  ตาจ้องตรงไปยังผิวน้ำเบื้องหน้าอย่างสงบ
      ๓. ในม่านแสงสุดท้ายของดวงตะวัน  คนทอดแหยืนเป็นเงาดำทะมึนอยู่ริมชายน้ำ
      ๔. นักท่องเที่ยวเฝ้าสังเกตการทอดแหอย่างตั้งใจ  ก่อนจะเข้าไปขอดูว่าปลาในแหมีกี่ตัว

๗. ข้อใดไม่ใช่การเขียนพรรณนา
      ๑.  น้ำตกช่วงสุดท้ายยังพุ่งลงมาเป็นสายกระทบลานหินกว้างสะท้อนแสงตะวันงามระยับตา
      ๒. น้ำตกสายนี้มีเสน่ห์ติดตาตรึงใจผู้มาเยือนด้วยสายธารที่ตกลงมาไหลรินโอบกอดลานหิน
      ๓. นักท่องเที่ยวจะได้ตื่นตากับฝูงผีเสื้อที่บินวนเวียนเหนือน้ำตกราวกับกลีบดอกไม้โปรยปราย
      ๔. หนุ่มสาวนิยมมาเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจที่น้ำตกแห่งนี้ จึงขนานนามน้ำตกนี้ว่า "น้ำตกลานรัก"

๘. ข้อใดไม่ใช่พรรณนาโวหาร
      ๑.  ดอยหัวคำเป็นหมู่บ้านชาวเขาซึ่งแต่งกายด้วยสีสันงดงามราวกับลูกกวาดหลากสี
      ๒. ในหุบเขายังมีกลุ่มหมอกคลอเคลียภูเขาเหมือนเป็นทะเลขาวกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา
      ๓. ช่วงฤดูหนาวทุ่งดอกบัวตองสีเหลืองอร่าม  บานสะพรั่งเป็นพรมดอกไม้งดงามไปทั่วทั้งขุนเขา
      ๔. เราเดินทางจากตัวเมืองเชียงรายไปตามทางหลวงหมายเลข ๑๑๓๐  ประมาณ ๑ ชั่วโมงก็จะถึงดอยหัวแม่คำ

๙. ข้อความต่อไปนี้เป็นโวหารชนิดใด
      "ก่อนจะถึงอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง  รถของเราเลี้ยวเข้าจอดที่จุดชมวิวดอยกิ่วลม  หลายคนกระชากอุปกรณ์ถ่ายภาพออกมาให้ทันภาพของแสงวันใหม่  เบื้องหน้าเห็นทะเลหมอกขาวนวลกำลังอ้อยอิ่งในอ้อมกอดของขุนเขา  ไกลออกไปเห็นยอดดอยหลวงเชียงดาวยืนเคียงตะวันราวกับสถูปของกาลเวลา"
      ๑. อธิบายและบรรยาย                              ๒. บรรยายและพรรณนา
      ๓. อธิบายและพรรณนา                            ๔. อุปมาและบรรยาย

๑๐. ข้อความต่อไปนี้ ข้อใดเป็นบรรยายโวหาร
     ๑. โชติเดินตรงเข้าไปในโบสถ์ เพราะได้ยินว่าที่นี่มีจิตรกรรมฝาผนังโบราณ
     ๒. ภาพเหนือประตูทางเข้าเป็นรูปแม่พระธรณีบีบมวยผมที่งดงามเหลือบรรยาย
     ๓. ถัดมาเป็นพญามารถูกคลื่นมหึมาซัดกระโชก
     ๔. มารแต่ละตนดิ้นรนหนีตายด้วยอาการหวาดผวา

๑๑.  ข้อใดไม่ใช่การเขียนแบบบรรยาย
     ๑. ปลาหนักสามสิบกิโลกระแทกผิวน้ำเสียงดัง  มันหงายท้องขึ้นมาครู่หนึ่งก่อนพลิกกลับ แล้วผลุบหายลงสู่ใต้น้ำ
     ๒. เขายังจำใบหน้าท่าทางของเธอได้อย่างติดตา  เธอเป็นคนอ้วน  หน้าอิ่ม  แก้มแดงเรื่อเหมือนดอกหงอนไก่บาน
     ๓. รถยนต์คันหนึ่งเลี้ยวจากถนนใหญ่เข้ามาในซอยและจอดอยู่ใกล้ปากทางหลายนาที
     ๔. พ่อครัวรีบปีนขึ้นหลังคา  อุ้มไอ้โต้งลงมาล่ามไว้ หยิบผ้าขนหนูออกมาเช็ดขนให้มัน

๑๒. ข้อใดใช้โวหารการเขียนต่างจากข้ออื่น
     ๑. เสียงเพลงสรรเสริญพระบารมีดังขึ้น พร้อมกับเสียงที่ทุกคนเปล่งออกมาว่า "ทรงพระเจริญ" ก็ดังก้องไปทั่วบริเวณ
     ๒. มองไปทางไหนเห็นแต่สีเหลืองอร่ามสะพรั่งไปทั่วบริเวณ  อาจมีสีอื่นบ้างจากร่มกั้นกางแดดดูเป็นสีกระดำกระด่างแซมปนบ้าง
     ๓. เสียงผู้คนตะโกนดังก้องไปทั่วว่า "ทรงพระเจริญ" แสงแดดที่แผดกล้ากลับรู้สึกอบอุ่น  มีสายลมเย็น ๆ แผ่วผ่านมา
     ๔. เสียงเห่เรือก้องกังวานตามผืนน้ำ  ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเย็นที่สาดแสงสีเหลืองทองจับเป็นประกายบริเวณหมู่ยอดเจดีย์


ลองทำดูแล้ว มาตรวจคำตอบกันค่ะ

ข้อ ๑.  ตอบ  ๒   เป็นการอธิบายที่เป็นขั้นตอนชัดเจน  ส่วนข้ออื่น ๆ เป็นการเขียนบรรยาย     
  
ข้อ ๒.  ตอบ ๓   เป็นการเขียนชี้แจงตามลำดับขั้นตอนของการทำห่อหมก       

ข้อ ๓.  ตอบ ๑   เป็นการเขียนอธิบายแบบการให้นิยามและตัวอย่าง สังเกตจากคำว่า  เป็น  (ให้นิยาม)                                   และ คำว่า  เช่น  (การยกตัวอย่าง)

ข้อ ๔. ตอบ ๔    "แล้วจึงใส่กุ้ง  ปลาหมึก และเห็ดฟาง"  สำหรับความเห็นของผู้เขียน มองว่า อาจเรียง                                ลำดับเป็น   ๑ ๒ ๕ ๔ ๓    หรือ   ๒  ๑  ๕  ๔  ๓   ซึ่งลำดับที่ ๑  และ  ๒  อาจสลับที่กันได้
                        แล้วแต่บริบท  แล้วแต่จำนวนวัตถุดิบ  หรือแล้วแต่ความคล่องของแม่ครัวจ้า ซึ่งเราไม่ต้อง
                        สนใจ เพราะโจทย์ต้องการทราบขั้นตอนที่ต่อจากข้อ ๕ เท่านั้น

ข้อ ๕.  ตอบ ๑   เป็นการเขียนอธิบาย เพราะเป็นการให้ข้อมูลที่เป็นจริง แต่ไม่มีการเล่าเรื่องใด ๆ ทั้งสิ้น

ข้อ ๖. ตอบ  ๓   เป็นการพรรณนา สังเกตจาก  ในม่านแสงสุดท้ายของดวงตะวัน   ส่วนข้ออื่น ๆ 
                         เป็นการบรรยาย

ข้อ ๗. ตอบ ๔  เพราะเป็นการเขียนอธิบายชี้สาเหตุและผลลัพธ์ที่สัมพันธ์กัน คืดบอกที่มาของชื่อน้ำตก
                          ส่วนข้ออื่น ๆ เป็นการเขียนพรรณนา โดยมีข้อสังเกตดังนี้ 
              ๑.  น้ำตกช่วงสุดท้ายยังพุ่งลงมาเป็นสายกระทบลานหินกว้างสะท้อนแสงตะวันงามระยับตา
              ๒. น้ำตกสายนี้มีเสน่ห์ติดตาตรึงใจผู้มาเยือนด้วยสายธารที่ตกลงมาไหลรินโอบกอดลานหิน
              ๓. นักท่องเที่ยวจะได้ตื่นตากับฝูงผีเสื้อที่บินวนเวียนเหนือน้ำตกราวกับกลีบดอกไม้โปรยปราย
       
ข้อ ๘. ตอบ ๔  เป็นการใช้บรรยายโวหาร  ส่วนข้ออื่นเป็นพรรณนาโวหาร มีข้อสังเกต ดังนี้   
              ๑.  ดอยหัวคำเป็นหมู่บ้านชาวเขาซึ่งแต่งกายด้วยสีสันงดงามราวกับลูกกวาดหลากสี
              ๒. ในหุบเขายังมีกลุ่มหมอกคลอเคลียภูเขาเหมือนเป็นทะเลขาวกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา
              ๓. ช่วงฤดูหนาวทุ่งดอกบัวตองสีเหลืองอร่าม  บานสะพรั่งเป็นพรมดอกไม้งดงามไปทั่วทั้งขุนเขา
        
ข้อ ๙. ตอบ  ๒   ใช้โวหารบรรยายและพรรณนา   โดยข้อความแรกเป็นบรรยายโวหาร และข้อความที่
                           ขีดเส้นใต้ เป็นพรรณนาโวหาร
 "ก่อนจะถึงอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง  รถของเราเลี้ยวเข้าจอดที่จุดชมวิวดอยกิ่วลม  หลายคนกระชากอุปกรณ์ถ่ายภาพออกมาให้ทันภาพของแสงวันใหม่  เบื้องหน้าเห็นทะเลหมอกขาวนวลกำลังอ้อยอิ่งในอ้อมกอดของขุนเขา  ไกลออกไปเห็นยอดดอยหลวงเชียงดาวยืนเคียงตะวันราวกับสถูปของกาลเวลา"  

ข้อ ๑๐. ตอบ ๑   ส่วนข้ออื่น ๆ เป็นการใช้พรรณนาโวหาร แม้จะมีไม่มาก แต่ก็นับว่าเห็นภาพได้ชัดเจน
               ๒. ภาพเหนือประตูทางเข้าเป็นรูปแม่พระธรณีบีบมวยผมที่งดงามเหลือบรรยาย
               ๓. ถัดมาเป็นพญามารถูกคลื่นมหึมาซัดกระโชก
              ๔. มารแต่ละตนดิ้นรนหนีตายด้วยอาการหวาดผวา
     
ข้อ ๑๑. ตอบ  ๒   เป็นการเขียนพรรณนา เพราะมีการเปรียบเทียบ ทำให้เห็นภาพชัดเจน ดังนี้      
             ๒. เขายังจำใบหน้าท่าทางของเธอได้อย่างติดตา  เธอเป็นคนอ้วน  หน้าอิ่ม  แก้มแดงเรื่อเหมือนดอกหงอนไก่บาน
   
ข้อ ๑๒. ตอบ ๑  เป็นการใช้บรรยายโวหาร    ส่วนข้ออื่นเป็นการใช้พรรณนาโวหาร  สังเกตจาก
         ๒. มองไปทางไหนเห็นแต่สีเหลืองอร่ามสะพรั่งไปทั่วบริเวณ  อาจมีสีอื่นบ้างจากร่มกั้นกางแดดดูเป็นสีกระดำกระด่างแซมปนบ้าง
         ๓. เสียงผู้คนตะโกนดังก้องไปทั่วว่า "ทรงพระเจริญ" แสงแดดที่แผดกล้ากลับรู้สึกอบอุ่น  มีสายลมเย็น ๆ แผ่วผ่านมา
         ๔. เสียงเห่เรือก้องกังวานตามผืนน้ำ  ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเย็นที่สาดแสงสีเหลืองทองจับเป็นประกายบริเวณหมู่ยอดเจดีย์
   

 แล้วพบกันครั้งต่อไปนะคะ....